สารสนเทศงานแนะแนว
......................................................................................................................
กิจกรรมแนะแนว

    การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข ท่ามกลางสภาพสังคมปัจจุบัน  นับเป็นสิ่งยากยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม  ส่งผลกระทบโดยตรงและโดยทางอ้อมต่อการดำเนินชีวิตของคน  ทุกเพศ  ทุกช่วงวัยของชีวิต  ปัญหาสังคมได้ทวีความซับซ้อน   รุนแรงขึ้นทุกขณะ   ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการมีค่านิยมฟุ้งเฟ้อ   การเลียนแบบ  การแพร่ระบาดของสารเสพติด  การก่ออาชญากรรม  การทำแท้ง  การฆ่าตัวตาย  ความอ่อนไหวทางจิตใจ ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้มีสาเหตุสำคัญ  คือ  บุคคลไม่รู้จักตนเองและสภาพแวดล้อมที่ดีพอ  ขาดทักษะการคิด  ตัดสินใจ    แก้ปัญหา  และไม่สามารถปรับตัวในสถานการณ์ต่างๆได้  จำเป็นที่โรงเรียนต้องใช้กระบวนการแนะแนวเป็นกลไกสำคัญในการป้องกัน  ช่วยเหลือ ส่งเสริม และพัฒนาผู้เรียนตั้งแต่เยาว์วัยเพราะจุดหมายของการแนะแนว คือ  กระบวนการที่มุ่งสร้างเสริมผู้เรียนให้มีคุณภาพเหมาะสมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล  ค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน  มีทักษะการดำเนินชีวิต  มีวุฒิภาวะทางอารมณ์  ศีลธรรม  จริยธรรม  รู้จักการเรียนรู้ในเชิงพหุปัญญา  รู้จักคิด  ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในช่วงวิกฤต  วางแผนการศึกษาต่อ  การพัฒนาตนสู่โลกอาชีพ  และการมีงานทำ  รวมทั้งดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
    การแนะแนวจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคนโดยองค์รวมทั้งทางด้าน  สติปัญญา  อารมณ์  สังคม  และจิตใจ ให้เป็นบุคคลที่สามารถบูรณาการความคิด ค่านิยม ประเพณี วัฒนธรรมและเทคโนโลยี
เข้าสู่วิถีชีวิตไทยได้อย่างเหมาะสม

ขอบข่ายการแนะแนว
    การแนะแนวมีขอบข่ายสาระสำคัญ  3  ด้าน  คือ
    1.  การแนะแนวการศึกษา มุ่งหวังให้ผู้เรียนพัฒนาการเรียนได้เต็มศักยภาพ   รู้จักแสวงหาความรู้    และวางแผนการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ    สามารถปรับตัวด้านการเรียนและมีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน
    2.  การแนะแนวอาชีพ มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองและโลกของงานอย่างหลากหลาย 
มีเจตคติและนิสัยที่ดีในการทำงาน  มีโอกาสได้รับประสบการณ์  และฝึกงานตามความถนัด  ความสนใจ
    3.  การแนะแนวเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ มุ่งหวังให้ผู้เรียนเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น   มีอารมณ์มั่นคง   มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เข้าใจสิ่งแวดล้อม และสามารถปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

ลักษณะงานแนะแนว
    โรงเรียนดำเนินการจัดงานแนะแนวเป็น  3 ลักษณะ ดังนี้
1.  การจัดกิจกรรมด้วยกระบวนการทางจิตวิทยาให้แก่ผู้เรียนทั้งเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่มเพื่อให้ครูได้รู้จักผู้เรียนมากขึ้น  สามารถส่งเสริมและป้องกันปัญหาของผู้เรียนทุกคนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มปกติหรือกลุ่มพิเศษให้ได้รับการพัฒนาทักษะการดำเนินชีวิตในด้านต่างๆ  เช่น  การรู้จักรักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น มีทักษะการคิดตัดสินใจ  ทักษะการปรับตัว การวางแผนชีวิต  รวมทั้งการสร้างคุณธรรม จริยธรรมที่สำคัญ  การจัดกิจกรรมมีทั้งจัดในห้องเรียนซึ่งใช้เวลาต่อเนื่องกันในกรณีที่ต้องพัฒนาทักษะที่สำคัญและจำเป็น หรือจัดนอกห้องเรียนโดยให้มีบรรยากาศที่เป็นกันเองมีครูเป็นที่ปรึกษาและผู้เรียนทุกคน
มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม
    2.  การจัดบริการ   เพื่อให้ผู้เรียนได้สำรวจตนเอง   และรู้จักตนเองในทุกด้าน ให้ข้อมูลข่าวสาร
สนเทศที่จำเป็นและทันสมัยทั้งด้านการศึกษาอาชีพและการพัฒนาบุคลิกภาพให้สามารถตัดสินใจและ
แก้ปัญหาด้วยตนเอง    ตลอดจนช่วยเหลือ    แก้ไข     และฝึกประสบการณ์ที่เหมาะสมสำหรับผู้เรียนได้ใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการศึกษาและชีวิตต่อไป
3. การบูรณาการแนะแนวในการเรียนการสอน เป็นการนำเทคนิควิธีการทางจิตวิทยาและการแนะแนวมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับธรรมชาติของผู้เรียนแต่ละคนแต่ละกลุ่ม โดยเน้นให้ครูได้รู้จักและเข้าใจผู้เรียนทั้งด้านพัฒนาการตามวัย    พฤติกรรมและสาเหตุของพฤติกรรม   วิธีการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งจะทำให้ครูมีแนวทางในการช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียนให้เห็นคุณค่าในสาระวิชาต่าง ๆ เกิดแรงจูงใจ ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเรียนรู้เกิดสัมฤทธิ์ผลสูงสุด

การดำเนินงานแนะแนว
    ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542  ได้กำหนดความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย  จิตใจ  สติปัญญา  ความรู้และคุณธรรม  มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต  สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และแนวจัดการศึกษายังได้ให้ความสำคัญแก่ผู้เรียนทุกคน  โดยยึดหลักว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด   ในการปฏิรูปวิชาชีพครูก็ได้มุ่งพัฒนาครูให้เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ  มีคุณลักษณะที่ได้คุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพ โดยครูจะต้องมีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนานักเรียน ให้ความรัก เอื้ออาทร เอาใจใส่ ดูแลผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ  มีมนุษยสัมพันธ์และสุขภาพจิตที่ดี  พร้อมที่จะแนะนำและร่วมกันแก้ปัญหาของผู้เรียน  ดังนั้นครูทุกคนต้องมีบทบาทในการแนะแนว  รู้จักและเข้าใจผู้เรียนเป็นรายบุคคล  มีความร่วมมือจากบุคคลากรทุกฝ่ายทั้งในและนอกสถานศึกษาในการจัดกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาผู้เรียน  โดยเหตุนี้กรมสุขภาพจิตและกรมสามัญศึกษา   จึงตระหนักถึงความสำคัญ  ที่จะต้องมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนขึ้นเพื่อให้กระบวนการทำงานเป็นระบบมีความชัดเจน  มีการประสานความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในโรงเรียนและนอกโรงเรียน ตามระบบนี้ได้มีการคัดกรองผู้เรียนเป็น  2  กลุ่ม  คือ  กลุ่มปกติและกลุ่มเสี่ยง  มีปัญหา กลุ่มปกติจะได้รับการสร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาตนเต็มตามศักยภาพจากครูที่ปรึกษาส่วนกลุ่มเสี่ยง/มีปัญหาจะเป็นกลุ่มที่ต้องดูแล  ช่วยเหลือ พัฒนา ส่งเสริมและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากครูแนะแนวในลักษณะของการทำงานเป็นทีม  หากมีปัญหาซับซ้อนเกินไปอาจจะต้องร่วมมือกับจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  ทั้งนี้เพื่อพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี  ปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว  ชุมชน  และสังคม ตลอดจนทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม  เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาและสนองนโยบายกรมสามัญศึกษา  จึงได้นำระบบการดูแล ช่วยเหลือนักเรียนเข้ามาใช้  เพื่อให้ครูทุกคนมีบทบาทในการแนะแนวและครูแนะแนวก็จะมีบทบาทเป็นครูมืออาชีพมากขึ้น  ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันดูแลช่วยเหลือนักเรียน    

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  :  กิจกรรมแนะแนว
วิสัยทัศน์   การแนะแนวตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  คือ  การแนะแนวมุ่งให้ทุกคนมีช่วงชีวิตที่มีคุณภาพชีวิตและสังคมที่ดี  ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงและมีความสุข  ทุกคนในสังคมมีบทบาทและมีหน้าที่ส่วนรวมในกระบวนการแนะแนวอย่างกัลยาณมิตร
หลักการ    การจัดกิจกรรมแนะแนวเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียน  มีความสำคัญต่อการพัฒนาให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง  ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน  และการเสริมสร้างพัฒนาการทุกด้านให้แก่ผู้เรียน  โดยหลักการจัดดังนี้
1.    จัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการและธรรมชาติของผู้เรียน
2.    จัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัย  วุฒิภาวะ  ความสนใจ  ความถนัด  และความสามารถของผู้เรียน
3.    บูรณาการวิชาการกับชีวิตจริง  ให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
4.    จัดกิจกรรมเพื่อผู้เรียนทุกคนในสถานศึกษาและครอบคลุมเนื้อหาสาระด้านการรู้จักตนเอง  สังคม  และสิ่งแวดล้อม  (สร้างคน)  เสริมสร้างทักษะทางการเรียนและทักษะทางสังคม (สร้างชาติ)  และการวางแผนเข้าสู่อาชีพ  (สร้างอาชีพ)
5.    เพื่อส่งเสริมคุณธรรม  จริยธรรม  และปลูกฝังค่านิยมที่เป็นพื้นฐานแก่ผู้เรียน
6.    ให้ครูทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม  โดยมีครูแนะแนวทำหน้าที่ประสานงาน

วัตถุประสงค์    การจัดกิจกรรมแนะแนวเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียน
1.    เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบความถนัด  ความสามารถ  และความสนใจของตนเอง
2.    เพื่อให้ผู้เรียนได้รับข้อมูล  ข่าวสาร  ด้านการศึกษาและอาชีพ  เพื่อนำไปวางแผนการศึกษาต่อ  และเลือกอาชีพที่เหมาะสมสอดคล้องกับความถนัดและความสนใจของตนเอง
3.    เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาบุคลิกภาพ  และสามารถปรับตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
4.    เพื่อส่งเสริมคุณธรรม  จริยธรรม  และปลูกฝังค่านิยมที่เป็นพื้นฐานแก่ผู้เรียน
5.    เพื่อเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ  ประสบการณ์  ความคิดสร้างสรรค์  และมีเจตคติที่ดีต่อสัมมาชีพทุกชนิด

เป้าหมาย   ให้ผู้เรียนเป็นคนดี  มีปัญญา  อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
1.    ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย  เกิดความรู้  ความเข้าใจ  ความชำนาญ  ทั้งวิชาการ  และวิชาชีพอย่างกว้างขวาง
2.    ผู้เรียนค้นพบความสนใจ  ความถนัด  และพัฒนาความสามารถพิเศษเฉพาะตัว  มองเห็นช่องทางในการสร้างงาน  อาชีพในอนาคตได้อย่างเหมาะสมกับตนเอง
3.    ผู้เรียนเห็นคุณค่าขององค์ความรู้ต่าง ๆ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการพัฒนาตนเอง  และประกอบสัมมาอาชีพ
4.    ผู้เรียนพัฒนาบุคลิกภาพ  เจตคติ  ค่านิยมในการดำเนินชีวิต  และเสริมสร้างศีลธรรม  จริยธรรม
5.    ผู้เรียนมีจิตสำนึกและทำประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติ

รูปแบบ    การจัดกิจกรรมแนะแนว  เพื่อช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียน
1.    การจัดกิจกรรม  ด้วยกระบวนการทางจิตวิทยาให้แก่ผู้เรียนทั้งเป็นรายบุคคล  และเป็นกลุ่มเพื่อให้รู้จักผู้เรียนมากขึ้น  และส่งเสริมป้องกันปัญหาของผู้เรียนทุกคน  การจัดกิจกรรมอาจจัดในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียน  โดยมีบรรยากาศที่เป็นกันเอง  มีครูที่ปรึกษา  และผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม
2.    การจัดบริการ  โดยครูแนะแนวเป็นผู้ให้บริการ  เพื่อให้ผู้เรียนได้สำรวจตนเองและรู้จักตนเองในทุกด้าน  ให้ข้อมูลข่าวสารสนเทศที่จำเป็นและทันสถานการณ์ปัจจุบัน  ทั้งด้านการศึกษา  อาชีพ  และการพัฒนาบุคลิกภาพ  ให้สามารถตัดสินใจและแก้ปัญหาด้วยตนเอง  ตลอดจนช่วยเหลือแก้ไขและฝึกประสบการณ์ที่เหมาะสม  สำหรับผู้เรียนได้ใช้แนวทางในการวางแผนการศึกษาและชีวิตต่อไป

กิจกรรมแนะแนว       เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เหมาะสมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล  สามารถค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตนเอง  เสริมสร้างทักษะชีวิต  วุฒิภาวะทางอารมณ์  การเรียนรู้ในเชิงพหุปัญญา  และการสร้างความสัมพันธภาพที่ดี  ซึ่งครูทุกคนต้องทำหน้าที่แนะแนวให้คำปรึกษาด้านชีวิต  การศึกษาต่อและการพัฒนาตนเองสู่โลกอาชีพ  และการมีงานทำ



กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  :  กิจกรรมแนะแนว
โรงเรียนแม่ใจวิทยาคม  อำเภอแม่ใจ  จังหวัดพะเยา
เกณฑ์การประเมินผลกิจกรรม
1.    ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย  80%  ของเวลาเรียนทั้งหมด
2.    ผู้เรียนผ่านจุดประสงค์ที่สำคัญของแต่ละกิจกรรม
3.    การให้ระดับผลการประเมิน  คือ  ผ่าน  และ  ไม่ผ่าน
หมายเหตุ  ในกรณีที่ผู้เรียน  "ไม่ผ่าน" ให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมซ่อมเสริมหรือการทำกิจกรรมเพิ่มเติมจน "ผ่าน"

แนวทางการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
1.    การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนปลายปี
1.1    ผู้สอนประเมินการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียนตามจุดประสงค์การปฏิบัติแต่ละกิจกรรมโดยประเมินจากพฤติกรรม  การปฏิบัติกิจกรรมและผลการปฏิบัติกิจกรรมด้วยวิธีที่หลากหลายตามสภาพจริง
1.2    ผู้สอนตรวจสอบการใช้เวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียนว่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดหรือไม่
1.3    ผู้สอนนำผลการประเมินทั้ง  2  ภาคเรียนมารวมกัน  เพื่อตัดสินการร่วมกิจกรรมปลายปีเมื่อสิ้นสุดปีการศึกษาทุกปี  และรายงานผลการประเมินให้ผู้ปกครองทราบ
2.    กรประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านช่วงชั้น
2.1    กำหนดให้มีผู้สอนในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนทุกคนตลอดช่วงชั้น
2.2    ผู้สอนสรุปและประเมินผลการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
2.3    นำเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรเพื่อให้ความเห็นชอบ
2.4    เสนอผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาอนุมัติต่อไป




มัธยมศึกษาปีที่  1-3  จำนวน  40  ชั่วโมง/ปี
มัธยมศึกษาปีที่  4-6  จำนวน  20  ชั่วโมง/ปี






งานแนะแนวโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม